วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553

อยู่บ้านละเหี่ยใจ แวะไหว้พระเก้าวัด กะ ไปตลาดน้ำอัมพวากันหน่อยดีกว่า!!!

อยู่บ้านเบื่อๆ เหงาๆ ไม่รู้จะไปไหน เที่ยวห้างก้อเบื่อ กรุงเทพควันพิษเยอะ แออัด ทนไม่ไหว อยากไปสูดอากาศบริสุทธิ์บ้างอะไรบ้าง ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเสาะหาที่เที่ยวใหม่
นั่นก้อคือ.......

ตลาดน้ำอัมพวา นั่นเอง (เอ๊ย! มันก้อไม่ใหม่นี่หว่า! แต่ใกล้กรุงเทพฯ เดินทางสะดวก อิอิ)

แต่ ตลาดน้ำอัมพวา เอาไว้ไปเย็นๆ ดีกว่าครับ จะได้นั่งเรือดูหิ่งห้อยด้วย ก่อนไป ตลาดน้ำอัมพวา เราแวะวัดกันซักหน่อยดีกว่าเพื่อความเป็นศิริมงคล การเดินทางไปได้หลายทาง แต่ทุนน้อยอย่างเราเลือกไปกับ ขสมก. ดีกว่า คุ้มแน่นอน หรือเรียกอีกอย่างว่า "ทัวร์ชะโงก" คือ ไปหลายสถานที่ แต่ที่ละ 15-20 นาที 
เริ่มแล้วนะครับ ทุกคนพร้อมมั้ย ถ้าพร้อมก้อ..ลุยเลยยยยย!!!!!!!

ออกเดินทางแต่เช้าตรู่ ล้อหมุน 7 โมง เช้ามาก ทำงานยังไม่ตื่นเช้าขนาดนี้เลย -*-


 

เดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ก้อมาถึงวัดแรก วัดเกตุมวดีศรีวราราม เป็นวัดที่เขาบอกว่ามีโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ งบประมาณสร้างโบสถ์  190 ล้านบาทอ่ะ!! บร๊ะเจ้า!! หลังจากวนเวียนอยู่ประมาณ 15 นาที เราก้อออกเดินทางไปวัดที่ 2 จ้าา!!




วัดที่ 2 เราจะตรงเข้าเมืองไปไหว้พระที่ วัดเพชรสมุทร หรือ วัดหลวงพ่อบ้านแหลม วัดนี้เค้าบอกว่าถ้าไม่ได้มาก้อเหมือนมาไม่ถึงสมุทรสาครนะจ๊าา!!




ไปต่อกันเลยดีกว่า เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เดี๋ยวไม่ครบ 9 ที่ วัดที่ 3 คือ วัดจันทร์เจริญสุข ซึ่งเป็นที่ตั้งของโลงแก้วบรรจุร่างของหลวงปู่สายที่สภาพไม่เน่าเปื่อยจ้า ชาวบ้านนับถือโคตร!!




หลังจากนั้น ไปไหว้พระต่อกันที่ วัดบางกะพ้อม วัดนี้ทางวัดจัดที่ให้ชาวบ้านเอาของมาขายได้ เหมือนมีตลาดเล็กๆ อยู่ในวัด ที่นี่ยังเป็นที่ที่มีรอยพระพุทธบาท 4 รอยซ้อนให้สักการะ ส่วนตัวชอบวัดนี้อ่ะ ตรงรอยพระพุทธบาท 4 รอยซ้อนนี่แหละ เงียบมาก ดูขลังโคตร!!




มาเที่ยวกันต่อที่วัดที่ 5 วัดโบสถ์ ...จริงๆ วัดนี้ไม่มีในโปรแกรม เป็นวัดนอกโปรแกรมที่ทาง ขสมก. เพิ่มมาให้เพราะเห็นว่าทางวัดกำลังต้องการปัจจัยในการบูรณะหลายๆ อย่าง เราจึงไปร่วมกันถวายสังฆานและปัจจัยกันในพระอุโบสถของวัดครับ..สาธุ




จากนั้น เราพักทานอาหารกันที่ วัดภุมรินทร์กุฎีทอง ซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำใกล้ๆ กัน ที่นี่มีร้านขายอาหารเล็กๆ เรียงรายให้เลือกทานได้ตามใจชอบ ราคาไม่แพง ที่สำคัญอร่อยมาก!! ที่ไปแล้วต้องสั่งก็นี่เลย "หอยเชลล์" น้ำจิ้มทีเด็ดสุดๆๆๆๆๆ นอกจากอาหารอร่อยแล้ว จุดเด่นของวัดนี้คือกุฎิไม้สักทองที่ยังเหลืออยู่ 1หลัง ประวัติเล่าว่า เศรษฐีบิดาของคุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 1) ให้สมภารวัดบางลี่ตรวจดูดวงชะตาคุณนาค สมภารทำนายว่าจะได้เป็นพระราชินี เศรษฐีบิดาคุณนาคจึงให้คำมั่นว่า ถ้าเป็นจริงจะสร้างกุฎีทองถวายให้วัด นอกจากนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์วัดภุมรินทร์และอุทยานการศึกษา เป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุล้ำค่าสมควรแก่การศึกษาและอนุรักษ์ไว้




วัดที่ 7 วัดบางแคน้อย ที่วัดนี่มีโบสถ์ไม้สักแกะสลักสวยงามมาก ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆ ให้มันลึกซึ้ง ไม่ต้องบรรยายอะไรให้สวยเลิศเลอ..ตื่นตาตื่นใจอ่ะ พูดไม่ถูก ดูรูปเอาเองละกัน




วัดที่ 8 วัดบางกุ้ง ซึ่งมีโบสถ์ปรกโพธิ์ โบสถ์เก่าแก่ที่ยังคงทรงตัวอยู่ได้ด้วยต้นไม้ใหญ่ที่เข้ามาช่วยพยุงโบสถ์ ดูเก่า ขลัง ศักดิ์สิทธิ์ น่าเคารพสักการะ (แต่ก้อน่ากลัวอ่ะ แหะๆ ^^") ที่วัดนี้ยังมีรูปปั้นแสดงท่าทางต่างๆ ของการชกมวยด้วย เห็นแล้วนึกถึงนายขนมต้มเลยอ่ะ




มาถึงวัดสุดท้าย วัดที่ 9 วัดจุฬามณี ภายในพระอุโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามมากกกกก วัดนี้มีหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อเนื่อง โกวิโท (พระครูโกวิทสมุทรคุณ) วัดจุฬามณี  ริมคลองอัมพวา  หลวงพ่อมรณภาพปี 2530 และร่างไม่เน่าเปื่อยจนบัดนี้




หลังจากตะลอนชะโงกไปจนครบ 9 วัด ก้อถึงเวลาอันเหมาะสมที่เราจะไปไปเที่ยวชม ตลาดน้ำอัมพวา กันซะที โห! คนเยอะๆ จริงๆด้วยอ่ะ




แต่ไหนๆ ก็มาถึงแล้ว มื้อเย็นวันนี้เราคงต้องหาอะไรอร่อยๆ กินกันหน่อย ที่ ตลาดน้ำอัมพวา มีของกินให้เลือกหลากหลายจริงๆ  นอกจากนี้ ตลาดน้ำอัมพวา ยังมีของที่ระลึกให้เลือกสรรอีกมากมาย





ปิดท้ายวันชิวๆ วันนี้ด้วยการนั่งเรือดูหิ่งห้อยที่ ตลาดน้ำอัมพวา เป็นกิจกรรมที่นิยมมาก!! คืนข้างแรม และในวันที่น้ำขึ้นจะเห็นหิ่งห้อยชัดเจน ค่าใช้่จ่ายในการลงเรือดูหิ่งห้อยประมาณ 60-80 บาท และอย่าลืม!! ใส่ชูชีพลงเรือด้วย เพื่อความปลอดภัย จะลงท่าไหนก็เลือกเอาเลยตามใจชอบ เพราะที่ ตลาดน้ำอัมพวา มีท่าเรือให้เลือกใช้บริการ เพียบบบบ!!




ตลาดน้ำอัมพวา เปิดทุกวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 15.00 -22.00 น.วันเสาร์ และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 12.00-22.00 น. เสน่ห์ของ ตลาดน้ำอัมพวา คือความดั้งเดิมของชุมชน วิถีชีวิตที่มีเสน่ห์ ดูราบเรียบ สบายๆ ไม่รีบร้อน ไม่ว่าจะเป็นบ้านไม้ริมน้ำ เรือพาย ดูแล้วเหมือนได้ย้อนกลับไปในอดีต ถ้าเบื่อชีวิตที่วุ่นวาย แนะนำให้มา ตลาดน้ำอัมพวา ของกินที่ ตลาดน้ำอัมพวา เป็นที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยและราคาไม่แพง แถมยังมีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ก๋วยเตี๋ยว หอยทอด ปลาหมึกย่าง กาแฟโบราณ ขนมหวานต่างๆ ฯลฯ...บรรยากาศดี ของกินก้อเด่น ใกล้กรุงเทพฯ อีกต่างหาก จะให้อดใจไม่ไปเที่ยวยังไงไหว ตลาดน้ำอัมพวาจึงเป็นที่ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง วันหยุดนี้ถ้าไม่รู้จะไปไหน อย่าลืมไปชิวกันที่ ตลาดน้ำอัมพวา นะคร้าบบบบบบบบบบ!!!!!

แผนที่ ตลาดน้ำอัมพวา



บรรยากาศการท่องเที่ยวที่ ตลาดอัมพวา


นำทาง สู่ ตลาดน้ำอัมพวา

View Larger Map



6 ความคิดเห็น:

  1. ได้ยินคนโน้นคนนี้เล่าให้ฟัง เข้ามาอ่าน blog นี้แล้วต้องไปสัมผัสเองสักครั้ง ที่สำคัญปลาหมึกย่างตัวโตน่ากินสุดๆ

    ตอบลบ
  2. รูปหิ่งห้อยรูปสุดท้ายนั่นของจริงหรือเอาไฟกระพริบมาแขวนอ่ะ!!!
    อลังการได้อีก!!!
    เห็นแล้วอังศุมาลินอยากไปคอยโกโบริที่อัมพวาแททางช้างเผือก 5555+

    ตอบลบ
  3. แหล่มเว้ยยย การบ้านเด็ก ป.3

    ตอบลบ
  4. ชอบไปมากเลยอัมพวา ตลาดน้ำยามเย็น ของกินก็ถูก อาหารก็อร่อยยมากด้วย
    รับรองใครได้ไปต้องติดใจ

    ตอบลบ
  5. เคยไป แต่มีบางวัดที่เล่ามายังไม่เคยไป ขอบคุณน่ะคร้าบที่นำมาเล่ากันฟัง

    ตอบลบ